พลิกผืนนา ปลูกแตงโม

ในสภาพพื้นที่นา บางพื้นที่ประสบกับปัญหาน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตข้าวได้รับความเสียหาย อีกทั้งในช่วงฤดูแล้งก็ขาดแคลนน้ำใช้ในการปลูกข้าว จึงได้ปรับเปลี่ยนวิธีในการทำนาปลูกข้าว หันมาปลูกแตงโม เนื่องจากแตงโมใช้น้ำน้อย ใช้ระยะเวลาปลูกเพียงสั้นๆ ก็สามารถเก็บผลผลิตแตงโมส่งขายได้ 

การเลือกพื้นที่ปลูก

การปลูกแตงโมควรเลือกพื้นที่ปลูกให้เหมาะสมโดยอาจเป็นพื้นที่นา โล่งแจ้ง มีความชื้นในดิน 

ฤดูปลูกที่เหมาะสม 

เนื่องจากแตงโมไม่ชอบฝนตกชุก เพราะอาจเป็นโรคเหี่ยวตายได้ ดังนั้นควรเลือกปลูกแตงในเดือน พฤศจิกายน-มีนาคม และเก็บเกี่ยวครั้งสุดท้ายจนถึงเดือนมิถุนายน 

การเตรียมดิน

ก่อนปลูกแตงให้ไถพลิกหน้าดิน ตากดินอย่างน้อย 7-10 วัน ในดินที่เป็นกรดจัดให้ใช้ปูนขาวปรับสภาพดินอัตรา 500 กก./ไร่ หากเป็นพื้นที่เดิมที่มีการปลูกแตงโมซ้ำซากให้ปลูกพืชหมุนเวียน (พืชตระกูลถั่ว) ก่อนปลูกแตงโม หลังจากไถให้ทําการพรวนดินย่อยดินให้มีหน้าดินลึก ร่วน และโปร่ง จากนั้นยกร่องกว้าง 1.5-2 เมตร ความยาวตามสภาพพื้นที่ ความกว้างระหว่างแปลง 30-50 เซนติเมตร 

การปลูก

เตรียมหลุมปลูก ระยะ 80 x 100 ซม. ก่อนนําเมล็ดพันธุ์ไปปลูกให้นําไปคลุกสารเคมีป้องกันเชื้อรา ไดเทนเอ็ม-45 อัตรา 15 กรัม/เมล็ดพันธุ์ 1 กก. 

การดูแลจัดการ

  • การให้น้ำ ควรให้น้ำตามร่องทุก 5-7 วัน หรือระบบน้ำหยด ตามสภาพความชื้นของดิน ห้ามให้น้ำระบบพ่นฝอยเด็ดขาด เพราะอาจทําให้เกิดโรคเหี่ยวได้
  • จัดเถาแตงโม เมื่อเถาแตงโมเจริญเติบโตจนมีความยาวประมาณ 2 ฟุต ให้เหลือต้นละ 4 เถา โดยอย่าให้แต่ละเถาเจริญซ้อนทับกัน เป็นการเพิ่มการติดผล 
  • การปลิดผลทิ้ง มีความสําคัญจะมีผลต่อคุณภาพผลผลิต ควรปลิดผลทิ้งเมื่อผลมีการเจริญเติบโตขนาดเท่าลูกปิงปอง โดยเลือกไว้ผลเถาละ 1 ผล เลือกผลที่มีขนาดขั้วผลใหญ่ที่สุดในเถานั้น ซึ่งจะให้ผลแตงโมขนาดใหญ่
  • การต่อดอก เป็นเทคนิคการช่วยผสมเกสร กรณีเกษตรบางรายประสบปัญหาแตงโมไม่ติดผล เพราะใช้สารเคมีจํานวนมาก เราสามารถช่วยผสมเกสรได้ตั้งแต่เวลา 6.00-10.00 น. หลังจาก 10.00 น. ดอกตัวเมียไม่รับการผสม
  • การใส่ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยคอกช่วยให้ดินร่วนซุย อัตรา ไร่ละ 1.5 ตัน และปุ๋ยเคมี สูตร 10-10-20 หรือ 13-13-21 อัตราส่วน 100-150 กก./ไร่ ใส่ในช่วงเถาแตงเจริญได้ประมาณ 6 ฟุต 

การป้องกันกําจัดศัตรูพืช

1. โรคเถาเหี่ยว ที่เกิดจากเชื้อราฟิวซาเรียม ป้องกันกําจัดโดย อย่าปลูกแตงซ้ำที่เดิม, ใช้ปูนขาวอัตรา 500 กก./ไร่ ปรับสภาพดิน และใช้สารเคมี เช่น แมนโคเซบ หรือไดเทน อัตรา 1:5 ฉีดพ่นที่ต้น

2. โรคเถาเหี่ยว ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย มีแมลงเต่าแตงเป็นพาหะ การป้องกันกําจัดให้ใช้สารเคมีเซฟวิน 85 ฉีดพ่นกําจัดเต่าแตง และใช้สารอะกริมัยซิน 5-10 กรัม/น้ำ 20 ลิตร กําจัดเชื้อแบคทีเรีย

3. เพลี้ยไฟ เกิดอาการใบหงิก เข้าทําลายในช่วงอากาศแห้งและร้อน ป้องกันกําจัดโดยใช้ แลนเนท อัตรา 15-20 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น

บทความที่เกี่ยวข้อง

นายมูล สุขเจริญ อายุ 56 ปี เกษตรกรในอำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา อดีตสมาชิก อบต. ทำการเพาะปลูกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 25 ปี ปัจจุบันพื้นที่ปลูกอ้อยของตนเองกว่า 700 ไร่ และพื้นที่ของลูกไร่ประมาณ 40 คน ในพื้นที่ 1,500 ไร่ โดยมีโควต้าอ้อยต่อปีกว่า 18,000 ตัน การดูแลอ้อยในพื้นที่ของตัวเอง รวมทั้งพื้นที่
วันนี้ทางสยามคูโบต้าฯ ได้มีโอกาสได้สัมภาษณ์เกษตรกรผู้มากประสบการณ์ในด้านการเพาะปลูกข้าวโพดมานานกว่า 25 ปี ใน อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี นั่นก็คือ คุณอนงค์ วัตวงษ์ ซึ่งทำการเพาะปลูกข้าวโพดบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ให้เป็นเกษตรกรมืออาชีพถึงปัจจุบัน โดยที่เกษตรกรรายอื่นสามารถปฏิบัติตามได้อย่างแน่นอน
การระเบิดดินดาน ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญในการปรับปรุงและฟื้นฟูโครงสร้างดินให้เหมาะสมสำหรับการปลูกมันสำปะหลัง ให้เจริญเติบโตงอกงาม