เกษตรกรรางวัลชนะเลิศลำดับที่ 1 ระดับจังหวัด ด้านผลผลิตมีคุณภาพของการปลูกข้าวเหนียว กข 6

ข้าวอินทรีย์เป็นการผลิตทางการเกษตรที่เน้นเรื่องของธรรมชาติเป็นสำคัญ อีกทั้งยังสามารถอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงการรักษาสมดุลธรรมชาติอย่างยั่งยืนอีกด้วย คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในทุกๆวันนี้โลกมีวิวัฒนาการและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากมาย ในขณะที่การใช้สารเคมีเพื่อป้องกันกำจัดศัตรูพืชยังเป็นวิธีการที่จำเป็นต้องสำหรับการผลิตอยู่ จนเกิดภาวะมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของคน พืช และสัตว์ ซึ่งในปัจจุบันกระแสการรักสุขภาพมีเพิ่มขึ้นเช่นกัน วิธีการผลิตโดยวิธีทางธรรมชาติ เป็นแรงจูงใจต่อผู้บริโภคและผู้รักสุขภาพอีกด้วย

คุณกาญจนา สมแคล้ว เกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ของชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า (SKCE) ผู้ปลูกข้าวเหนียว กข 6 ปัจจุบัน

อาศัยอยู่ที่ ต.หนองอ้อ อ.หนองวัอซอ จ.อุดรธานี  ผู้ดำรงตำแหน่งประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) โดยมีพื้นที่เพาะปลูกจำนวน 22 ไร่ โดยปลูก ข้าวพันธุ์ กข 6 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีความต้านทานต่อโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง อีกทั้งยังเลือกผลิตพืชอินทรีย์ ช่วยลดต้นทุนด้านสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ยังช่วยให้ลำต้นแข็งแรง ไม่หักล้มง่าย ได้ผลผลิตสูง เหมาะสำหรับพื้นที่การปลูกข้าวที่ใช้เครื่องจักรในการเก็บเกี่ยว

การทำการเกษตรในปัจจุบัน พบว่า ไม่ประสบปัญหาการระบาดของศัตรูพืช ระบบนิเวศน์ค่อนข้างมีความสมดุลสูง การทำเกษตรที่ผ่านมา พอใจกับผลลัพธ์ที่ได้เนื่องจาก สุขภาพร่างกายแข็งแรง โดยไม่ต้องเสี่ยงกับปัญหาสุขภาพจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช

เทคนิคและวิธีการเพาะปลูกของเกษตรกร ดังนี้

เกษตรกรเริ่มเตรียมเพาะปลูกในช่วงต้นฤดูฝนประมาณ เดือน พ.ค. หว่านปอเทืองในอัตรา 5 กิโลกรัม/ไร่  รอจนกว่าปอเทืองจะออกดอก ประมาณ 45-50 วัน จึงไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด เนื่องจากเป็นพืชตระกูลถั่วที่มีไนโตรเจนสูง จากนั้นช่วงเดือน ก.ค. เริ่มปลูกเริ่มปลูก ขั้นตอนคือ ไถพรวนดินให้ดินละเอียด ดำนาด้วยรถดำนา Kubota โดยระยะในการปลูกอยู่ที่ 28 ซม. เมื่อผ่านไป 7 วัน ข้าวเริ่มตั้งตัว จะใช้น้ำหมักปลาปล่อยไปตามน้ำ หลังจากปล่อยน้ำหมักปลารอบแรกแล้ว นับระยะผ่านไป 15 วัน จึงปล่อยน้ำหมักปลาอีกครั้ง ซึ่งมีข้อดีคือใช้ในการบำรุงยอดพืช และช่วยให้รากพืชให้เจริญเติบโต ลำต้นแข็งแรง ออกดอกดี ติดผลดี รวมถึงต้านทานโรคได้ดีด้วย โดยฉีดพ่นเพื่อให้อาหารทางใบพืช

สูตรน้ำหมัก

  • 1.  เศษปลาสด 30 กิโลกรัม
  • 2.  กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม
  • 3.  น้ำ 10 ลิตร
  • 4.  พด 9 จำนวน 1 ซอง  หมักในถังหมัก โดยคนทุกวันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เป็นระยะเวลา 60 วัน จึงสามารถนำมาใช้ได้

เทคนิคพิเศษ สำหรับการเตรียมแผงกล้าข้าว

ใช้เชื้อราไตรโครเดอร์มา แช่เมล็ดข้าวไว้เป็นเวลา 1 คืน บ่มเมล็ดเป็นระยะเวลา 2 คืน จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป 2 เดือน เป็นช่วงเวลาที่ข้าวอุ้มท้อง จึงใส่ปุ๋ยสุตร16-20-0 อีกครั้ง โดยเกษตรกรจะเริ่มเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนธันวาคม ผลผลิตอินทรีย์ที่ได้อยู่ที่ 450 กิโลกรัม/ไร่ สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อไร่

จากตัวอย่างการปลูกข้าวอินทรีย์นี้จะเห็นว่า ปัจจุบันเกษตรกรเองก็มีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิต ให้เป็นเกษตรทางเลือก เช่น เกษตรอินทรีย์ ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ในแง่สุขภาพของผู้บริโภค และคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น อาจจะมองไม่เห็นเป็นตัวเงินแต่มองเห็นในแง่ของสุขภาพ สิ่งแวดล้อมที่สมดุลและยั่งยืน

บทความที่เกี่ยวข้อง

พันธุ์ข้าวที่ใช้เมล็ดพันธุ์ปลูกติดต่อกันต่อเนื่องหลายฤดูกาล โดยไม่ได้คัดเลือกอย่างถูกวิธี เช่น พันธุ์ข้าวพื้นเมือง มักจะมีปัญหาจากการปะปนจากพันธุ์อื่น ทำให้ต้นข้าวในแปลงมีความแตกต่างกันหลายลักษณะ ทำให้ผลผลิตที่ได้ด้อยคุณภาพ
ปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ คือการดำรงไว้ซึ่งความมีชีวิตของเมล็ดพันธุ์ (seed) ให้ยาวนานออกไป ฉะนั้นในการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์จึงมีปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องหลายประการ แต่โดยทั่วไปอาจสรุปได้ 2 ประการ คือ 1.ปัจจัยภายใน 1.1 ชนิดของเมล็ดพันธุ์(species)
นายมูล สุขเจริญ อายุ 56 ปี เกษตรกรในอำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา อดีตสมาชิก อบต. ทำการเพาะปลูกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 25 ปี ปัจจุบันพื้นที่ปลูกอ้อยของตนเองกว่า 700 ไร่ และพื้นที่ของลูกไร่ประมาณ 40 คน ในพื้นที่ 1,500 ไร่ โดยมีโควต้าอ้อยต่อปีกว่า 18,000 ตัน การดูแลอ้อยในพื้นที่ของตัวเอง รวมทั้งพื้นที่