สูตรเด็ดพิชิตเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (สูตรอาจารย์ทองเหมาะ)

พี่เกษตรกรชาวนาบ่นมาว่า เพลี้ยระบาด คราวนี้จึงนำเสนอสูตรเด็ดเคล็ดไม่ลับ ไม่ต้องซื้อสารเคมี แต่ได้ผลอย่างมหัศจรรย์ แค่ต้องลงมือทำนิดนึง สูตรนี้ได้มาจากเกษตรกรคนเก่ง อาจารย์ทองเหมาะ แจ่มแจ้ง แห่งสุพรรณบุรี

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เป็นแมลงจำพวกปากดูด ตัวเต็มวัยมีลำตัวสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลปนดำ มีรูปร่าง 2 ลักษณะ คือ ชนิดปีกยาวสามารถเคลื่อนย้ายและอพยพไปในระยะทางใกล้และไกลโดยอาศัยกระแสลมช่วย ตัวเต็มวัยเพศเมียจะวางไข่เป็นกลุ่ม ส่วนใหญ่วางไข่ที่กาบใบข้าว หรือเส้นกลางใบ โดยวางไข่เป็นกลุ่ม เรียงแถวตามแนวตั้งฉากกับกาบใบข้าว บริเวณที่วางไข่จะมีรอยช้ำเป็นสีน้ำตาล ไข่มีลักษณะรูปกระสวยโค้งคล้ายกล้วยหอม มีสีขาวขุ่น ตัวอ่อนมี 5 ระยะ ระยะตัวอ่อน 16-17 วัน ตัวเต็มวัยเพศเมียชนิดปีกยาวมีขนาด 4-4.5 มิลลิเมตร วางไข่ประมาณ 100 ฟอง เพศเมียชนิดปีกสั้นวางไข่ประมาณ 300 ฟอง ตัวเต็มวัยมีชีวิตประมาณ 2 สัปดาห์ ในหนึ่งฤดูปลูกข้าวเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลสามารถเพิ่มปริมาณได้ 2-3 อายุขัย 

ส่วนประกอบสำคัญ

1. น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม

2. น้ำมะพร้าว 3 ลิตร

3. เหล้าขาว 2 ขวด (ขวดใหญ่)

4. พริกไทยดำ 2 – 3 ขีด

วิธีการทำ

– นำพริกไทยดำมาโขลกให้ละเอียด

– ผสมน้ำตาลทรายแดง น้ำมะพร้าว น้ำส้มสายชู เหล้าขาว ในถังขนาด 20 ลิตร คนให้เข้ากันจากนั้นก็เติมพริกไทยดำที่โขลกเรียบร้อยแล้วลงไปปิดฝาถังหมัก หมักทิ้งไว้ 7 วัน ก็สามารถนำไปใช้ได้โดยกรองเอาเฉพาะน้ำ

วิธีการใช้

นำไปฉีดพ่นในพื้นที่ที่เกิดโรคโดยใช้ในอัตราส่วนน้ำหมัก 50 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยควรทำการฉีดพ่นในช่วงเช้าก่อนมีแดด 

วิธีการใช้พืชสมุนไพรนี้เป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะเป็นการป้องกันกำจัดแมลงโดยใช้ค่าใช้จ่ายน้อย ปลอดภัยต่อตนเอง และสิ่งแวดล้อมด้วย แต่การเริ่มต้นที่ดีก็สำคัญ กล่าวคือ เพลี้ยกระโดดสามารถป้องกันการระบาดได้ด้วยการทำการเกษตรอินทรีย์เลิกใช้สารเคมี ต้นข้าวจะแข็งแรงเพลี้ยมาเกาะก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายได้ 

ดาวน์โหลด :

ที่มาของข้อมูล :

บทความที่เกี่ยวข้อง

ชนิด : ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ :เป็นพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่ปลูกดั้งเดิมใน จ.พัทลุง นาปี พ.ศ. 2531/32 ได้เริ่มคัดเลือกพันธุ์สังข์หยด (KGTC82239) จากแหล่งเก็บ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง หนึ่งในสามแหล่งของข้าวสังข์หยดของจังหวัด ซึ่งมีความแปรปรวนในลักษณะทางพันธุกรรมของประชากรที่เก็บ ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงคัดเลือกได
หนอนผีเสื้อหัวกะโหลก (Acherontia styx ; Death’s head hawk month) หรือเกษตรกรมักจะเรียกว่า “หนอนแก้ว” เป็นแมลงศัตรูที่มีพืชอาหารกว้าง พบในถั่วงา มะเขือ ยาสูบ มันเทศ ม่านบาหลี และแตง เป็นต้น วงจรชีวิตของหนอนผีเสื้อหัวกะโหลกใช้เวลา 49-56 วัน ผีเสื้อเพศเมียหนึ่งตัววางไข่ได้ประมาณ 125-156
เพลี้ยจั๊กจั่นสีเขียวเป็นแมลงจำพวกปากดูด ที่พบทำลายต้นข้าวในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ Nephotettix virescens (Distant) และ Nephotettix nigropictus stal