การใช้มวนพิฆาต ควบคุมหนอนผีเสื้อศัตรูพืช

ชื่อสามัญ  :  มวนพิฆาต หรือ มวนโล่ห์
ประเภท    :  แมลงตัวห้ำ

ความสำคัญ

มวนพิฆาตเป็นแมลงที่มีประโยชน์ทางการเกษตร เพราะเป็นตัวห้ำดูดกินแมลงศัตรูพืชเป็นอาหาร แมลงที่เป็นเหยื่อมักเป็นหนอนผีเสื้อต่างๆ หรือตัวอ่อนของด้วงปีกแข็งบางชนิด มวนพิฆาตมีวงจรชีวิตที่สั้น และเลี้ยงง่ายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการควบคุมแมลงศัตรูพืช ของพืชผัก ไม้ดอก พืชไร่ และไม้ผลได้เป็นอย่างดี

รูปร่างลักษณะ

ระยะไข่  มวนพิฆาตจะวางไข่ ทั้งลักษณะเป็นฟองเดี่ยวๆ และเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 20 – 70 ฟอง และสามารถวางไข่ได้สูงสุดถึง 418 ฟอง ไข่ที่วางใหม่ๆจะมีลักษณะสีขาวครีมและจะค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นสีเทาและสีเหลืองทอง เมื่อใกล้ฟักเป็นตัวอ่อน ช่วงไข่ใช้ระยะเวลา 5 – 7 วัน

ตัวเต็มวัย มีลำตัวยาวประมาณ 1.3 – 1.5 ซม. มีสีน้ำตาลดำและมีลายสีขาวปนเทากระจายทั่วด้านหลัง ส่วนปลายปีกเป็นสีน้ำตาลดำ ส่วนอกด้านหลังทั้งสองข้างจะมีลักษณะเป็นหนามแหลมยื่นออก และกลางหลังจะมีจุดขาวเรียงกันในลักษณะรูปสามเหลี่ยมเห็นได้ชัดเจน เพศผู้จะมีลักษณะเล็กกว่าเพศเมียเล็กน้อย ตัวเต็มวัยมีอายุ 20-30 วัน

ประโยชน์

มวนพิฆาต สามารถใช้ควบคุมทำลายหนอนผีเสื้อ หนอนด้วง และหนอนเกือบทุกชนิด เช่น หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนคืบ หนอนม้วนใบ หนอนคืบกะหล่ำ หนอนใยผัก หนอนกระทู้หอมเป็นต้น

ลักษณะการทำลาย

มวนพิฆาต ทำลายเหยื่อโดยการใช้ส่วนปากที่แหลมยาว แทงทำลายตัวเหยื่อ พร้อมกับปล่อยสารพิษออกมา ทำให้เหยื่อเป็นอัมพาต ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ จากนั้นจึงดูดของเหลวภายในลำตัวเหยื่อจนแห้งตายอย่างรวดเร็ว มวนพิฆาตสามารถทำลายหนอนผีเสื้อได้ 4-5 ตัว/วัน และตลอดชั่วอายุขัย โดยสามารถทำลายหนอนมากกว่า 200 ตัว

บทความที่เกี่ยวข้อง

1.การเตรียมการก่อนปลูก 1.1 การเตรียมดิน1) ถั่วฝักยาวสามารถเจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ลักษณะดินที่มีความเหมาะสมในการปลูกคือดินทรายหรือดินร่วนปนทราย ความเป็นกรดและด่างของดิน pH มีค่าอยู่ระหว่าง 5.5 – 6.82) การเตรียมดิน ควรไถดินตากไว้ประมาณ 7 วัน แล้วไถพรวนอีก 1 – 2 ครั้ง ใส่ปุ๋ยหมักหรือ
หนอนผีเสื้อหัวกะโหลก (Acherontia styx ; Death’s head hawk month) หรือเกษตรกรมักจะเรียกว่า “หนอนแก้ว” เป็นแมลงศัตรูที่มีพืชอาหารกว้าง พบในถั่วงา มะเขือ ยาสูบ มันเทศ ม่านบาหลี และแตง เป็นต้น วงจรชีวิตของหนอนผีเสื้อหัวกะโหลกใช้เวลา 49-56 วัน ผีเสื้อเพศเมียหนึ่งตัววางไข่ได้ประมาณ 125-156
ประเทศไทยมีพื้นที่ผลิตถั่วเขียวประมาณ 829,145 ไร่ มีความต้องการเมล็ดพันธุ์ 4,146 ตัน แต่รัฐผลิตได้ 617 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 15 ของความต้องการเมล็ดพันธุ์ทั้งประเทศ ตั้งแต่ปี 2557 เกิดปัญหาฝนแล้งทำให้เกษตรกรไม่สามารถทำนาปรังได้ ประกอบกับนโยบายแทรกแซงราคาข้าวสิ้นสุดลง เกษตรกรจึงหันมาปลูกถั่วเขียวแทน