การทดสอบและพัฒนาวิธีการปลูกข้าวโดยวิธีการหยอดข้าวแห้ง

ในปัจจุบันวิธีการปลูกข้าวที่เกษตรกรนิยม คือ การทำนาหว่าน  ซึ่งมีข้อดีคือสะดวกและรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานที่ต้องอาศัยน้ำฝนในการทำนาเพียงอย่างเดียว ดังนั้น การทำนาหว่านข้าวแห้ง จึงเป็นวิธีปลูกข้าวที่แพร่หลายเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม การหว่านข้าวแห้งมีข้อเสียด้วยเช่นกัน  เนื่องจากเกษตรกรมีการใช้เมล็ดพันธุ์จำนวนมาก และการฝังเมล็ดไม่มีความสม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียความงอกจากความร้อนและศัตรูพืช อีกทั้งพื้นที่ในการเพาะปลูกไม่มีความเป็นระเบียบ ทำให้กำจัดวัชพืชและบำรุงรักษาแปลงนาได้ยาก

ในปีที่ผ่านมา สยามคูโบต้า ได้ร่วมมือกับ กรมการข้าว โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว จ.สุรินทร์ ทำการทดสอบและพัฒนาวิธีการปลูกข้าวโดยวิธี “การหยอดข้าวแห้ง” ในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ด้วยการนำองค์ความรู้ KUBOTA (Agri) Solutions เกษตรครบวงจร มาประยุกต์ใช้ในการทดสอบ โดยพบว่า การหยอดข้าวในอัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ปริมาณ 8-9  กก./ไร่  ด้วยการใช้เครื่องหยอดเมล็ด สามารถเพิ่มผลผลิตได้ 5-7% (เมื่อเทียบกับวิธีการหว่านที่ใช้เมล็ดพันธุ์ในปริมาณ 20 กก./ไร่)  ซึ่งช่วยเกษตรกรลดต้นทุนจากการใช้เมล็ดพันธุ์ได้ถึง 50-60% และยังช่วยให้มีกำไรเพิ่มขึ้น 24% อีกด้วย

จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมา สยามคูโบต้า จึงได้มีแผนศึกษาวิจัยการพัฒนาวิธีการปลูกข้าวนาหยอดแห้งให้เหมาะสมกับพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีหัวข้อการวิจัยในเรื่องของช่วงเวลาที่เหมาะสมในการหยอดและวิธีการบำรุงรักษาที่เหมาะสม และภายใต้การศึกษาวิจัยดังกล่าว สยามคูโบต้ายังได้ร่วมมือกับคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการสนับสนุนองค์ความรู้และให้คำปรึกษาชี้แนะตลอดช่วงการทำแปลงทดลอง ซึ่งได้เริ่มทำการศึกษาวิจัยในฤดูกาลเพาะปลูก ช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน 2560

สำหรับการศึกษาวิจัยการพัฒนาวิธีการปลูกข้าวนาหยอดด้วยข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ105 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สยามคูโบต้า จะทำการทดสอบบนแปลงของเกษตรกรสมาชิกศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว จ.สุรินทร์ โดยใช้แทรกเตอร์ติดตั้งกับเครื่องหยอดเมล็ด ที่สามารถปรับระยะห่างระหว่างกอ  ระยะห่างระหว่างแถวและอัตราการหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ อีกทั้งยังสามารถควบคุมความลึกในการหยอดและกลบเมล็ดทำให้ความลึกในการหยอดสม่ำเสมอ ลดความเสียหายจากความร้อนและศัตรูพืช และสามารถฝังเมล็ดในดินที่ระดับความลึกที่เหมาะสมได้ ส่งผลให้รากข้าวเจริญเติบโตได้ดี แข็งแรง และทนทานต่อความแล้งได้

ผลจากการวิจัยในครั้งนี้ สยามคูโบต้า เชื่อมั่นว่าจะสามารถได้ผลผลิตข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ105 ในปริมาณ 500-600 กก./ไร่  จากเดิมที่เกษตรกรในพื้นที่เคยได้ผลผลิตปริมาณ 460 กก./ไร่ และจะเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เมล็ดพันธุ์และวิธีการดูแลรักษาข้าวนาหยอดให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น รวมทั้งมีการใช้ปุ๋ยให้มีประสิทธิภาพตามสภาพพื้นที่ และตรงกับความต้องการธาตุอาหารของข้าวในแต่ละระยะการเจริญเติบโต เพื่อช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

** ผลการทดสอบ ณ แแปลงของเกษตรกรสมาชิกศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว จ.สุรินทร์ ในปี 2559 ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพแวดล้อม ลักษณะการดูแลรักษา และสภาพดิน

บทความที่เกี่ยวข้อง

เป็นกระแสรุนแรง สำหรับค่าฝุ่นละอองของประเทศไทยในช่วงนี้ เราได้ยินคำว่า PM 2.5กันทุกวัน ทำให้คนไทยมีความตระหนักถึงอันตรายของฝุ่นละออง PM 2.5กันมากขึ้น ความหมายของ PM คือ Particulate Matter ฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน เทียบง่ายๆ คือมลพิษฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า
นายมูล สุขเจริญ อายุ 56 ปี เกษตรกรในอำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา อดีตสมาชิก อบต. ทำการเพาะปลูกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 25 ปี ปัจจุบันพื้นที่ปลูกอ้อยของตนเองกว่า 700 ไร่ และพื้นที่ของลูกไร่ประมาณ 40 คน ในพื้นที่ 1,500 ไร่ โดยมีโควต้าอ้อยต่อปีกว่า 18,000 ตัน การดูแลอ้อยในพื้นที่ของตัวเอง รวมทั้งพื้นที่
ถั่วเขียวเป็นพืชตระกูลถั่วที่ให้ประโยชน์ทั้งเป็นพืชบำรุงดินและขายเป็นรายได้สำหรับเกษตรกร ต้นฤดูฝนช่วงแรกก่อนที่จะปักดำข้าวสามารถปลูกถั่วเขียว เก็บเกี่ยวผลผลิตและไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสดได้ 1. การเลือกพื้นที่ปลูก เกษตรกรที่มีการทำนาโดยวิธีปักดำข้าวสามารถปลูกถั่วเขียวได้ทุกพื้นที่ ถ้าเป็นพื้นที่นา