วิธีแก้ปัญหาหนอนกระทู้ในนาด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น

มันมาอีกแล้ว” พื้นที่นาข้าวที่กำลังเขียวขจีในฤดูนาปลังปีนี้ เป็นทุ่งนาแห่งความ หวังของพี่น้องชาวนา หลังจากผ่านวิกฤติน้ำท่วมจากปลายปีที่แล้ว แต่การกลับมาของศัตรูตัวร้ายอันดับต้นๆ ของข้าว ทำให้เกษตรกรหลายคนถึงกับผวาแต่อยากบอกว่าเรามีทางป้องกันและแก้ไข ที่ไม่ยากเกินไปสำหรับเกษตรกรชาวนามืออาชีพ

วิธีการทางชีวภาพที่ปลอดภัย ได้ผล ไม่ต้องทนดมสารเคมีให้ชีวีหดสั้นลง

อัตราส่วนผสม : หางไหล 2 กิโลกรัม, บอระเพ็ด 3 กิโลกรัม, หนอนตายอยาก 2 กิโลกรัม, ตะไคร้หอม 3 กิโลกรัม, สาบเสือ 3 กิโลกรัม, ใบสะเดา 3 กิโลกรัม, ใบยูคาลิปตัส 3 กิโลกรัม, ยาสูบ 0.5 กิโลกรัม, กระเทียม 1 กิโลกรัม, กากน้ำตาล 500 มิลลิลิตร, สารเร่ง พด.7 1 ซอง (อัตราส่วนข้างต้นสามารถที่จะเพิ่มหรือลดได้ตามความเหมาะสมไม่ตายตัว แต่สมุนไพรที่ใช้หมักอย่างน้อยควรมี 5 ชนิดขึ้นไป เพื่อให้ได้สารสกัดที่มีความเข้มข้น)

วิธีทำ

1) บด/สับ/ตำ สมุนไพรทั้งหมดที่เตรียมไว้ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน ยิ่งชิ้นส่วนมีขนาดเล็กก็จะได้น้ำสกัดที่เข้มข้น และสามารถนำไปใช้ได้เร็วขึ้น

2) นำสมุนไพรที่เตรียมไว้ในข้อที่ 1 บรรจุในภาชนะที่มีฝาปิดเช่น ถังพลาสติก และโอ่ง แล้วนำกากน้ำตาล 500 มิลลิลิตร ผสมกับน้ำ 20 ลิตร เติมลงไปในภาชนะที่ใส่สมุนไพรไว้ (อัตรานี้สำหรับการหมักสมุนไพรที่มีน้ำหนักรวมประมาณ 30 กิโลกรัม ก็ต้องการหมักมากกว่านี้ต้องเพิ่มน้ำ และกากน้ำตาลเข้าไปอีก) แล้วใส่สารเร่ง พด.7 เพื่อเร่งให้สารสกัดหมักได้เร็วขึ้น และสกัดสารสำคัญจากพืชได้มากขึ้น จากนั้นคนให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วกดให้ชิ้นส่วนสมุนไพรจมน้ำตลอดเวลา โดยใช้ไม้ไผ่สานขัดทับไว้

3) เก็บไว้ในที่ร่ม อุณหภูมิห้อง คนวันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น หมักนาน 7 – 10 วัน เริ่มนำไปใช้ได้ โดยน้ำสกัดที่ได้คือ “หัวเชื้อ” ต้องนำไปเจือจางก่อนใช้งาน

อัตราการใช้

อัตราปกติ 20 – 50 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้โชกชุ่มทั่วทั้งแปลงนาทุก 3 – 5 วัน (หัวเชื้อใหม่ๆ มีสารออกฤทธิ์แรงมาก) การใช้อัตราเข้มข้นเกินไป อาจทำให้ใบไหม้ ดังนั้นจึงควรทดลองใช้กับพืชตัวอย่าง 2 – 3 ต้น ก่อน 1 – 2 ครั้ง แล้วสังเกตดูอาการพืช หากใบพืชมีอาการไหม้ หรือเหี่ยวเฉา ให้ลดปริมาณหัวเชื้อลง หรือถ้าแมลงยังคงระบาดอยู่ให้พิจารณาเพิ่มหัวเชื้อ อัตราใช้ปรับเพิ่มลดลงตามความเหมาะสม

สารชีวภาพอาจเห็นผลได้ช้ากว่าสารเคมีแต่ ประหยัดค่าใช้จ่าย ปลอดภัยต่อตนเองและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการกำจัดศัตรูพืชที่ยั่งยืน หนอนกระทู้จะไม่เกิดการดื้อยา ระงับการเข้าดักแด้ และทำให้หนอนกระทู้ไม่สามารถแพร่พันธุ์ได้ต่อไปในฤดูกาลเพาะปลูกหน้า จำนวนก็จะลดลง และไม่ส่งผลต่อนาข้าวอีก จึงเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการกำจัดเจ้าตัวร้ายที่ทำลายข้าวของเกษตรกร

ดาวน์โหลด :

ที่มาของข้อมูล :

บทความที่เกี่ยวข้อง

มันสำปะหลัง สามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด ดินที่ปลูกมันสำปะหลังในประเทศไทยส่วนใหญ่ เป็นดินเนื้อหยาบและมีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ สภาพพื้นที่ มีลักษณะเป็นพื้นที่มีความลาดชัน จึงมักเกิดปัญหาเรื่องการชะล้างพังทลายของดินสูง เกิดปัญหาดินเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว ผลผลิตมันสำปะหลังลดลงเรื่อย ๆ
เนื่องจากข้าวแดงหอมที่ปะปนไปกับผลผลิตข้าวขาว จะทำให้ข้าวขาวขาดมาตรฐานตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ที่กำหนดไม่ให้มีข้าวแดงปนในข้าวขาว 100% ชั้น 1 ชั้น 2 และ ชั้น 3 แม้แต่เมล็ดเดียว ดังนั้น กรมการข้าวจึงกำหนดมาตรการการปลูกข้าวแดงหอม ดังนี้ ควรปลูกในพื้นที่เฉพาะที่กำหนดไว้เท่านั้น และไม่ควรปลูกใกล้เคียง
มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เอกสารแนะนำ เลขที่ 2/2552 ธันวาคม 2552 เกษตรกรสามารถควบคุมเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง โดยใช้ชีววิธี มี 2 วิธี ได้แก่ การใช้เชื้อราบิวเวอเรียฉีดพ่น และการปล่อยตัวอ่อนแมลงช้างปีกใส ซึ่งเป็นวิธีธรรมชาติ