พืชหมุนเวียน

ปลูกข้าวเป็นหลัก จำเป็นต้องปลูกพืชหมุนเวียนหรือไม่ ?

เกษตรกรอาจเข้าใจผิดว่าการปลูกพืชหมุนเวียนจะทำให้ได้ผลผลิตน้อยลง แต่ในความเป็นจริงแล้วการปลูกพืชหมุนเวียนนั้นมีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยเพิ่มธาตุอาหารในดิน และยังช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพมากขึ้นอีกด้วย โดยการปลูกพืชหมุนเวียนสามารถทำได้ดังนี้

อันดับแรก หลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว ให้ทำการไถกลบตอซังข้าว เพราะจะทำให้ดินมีโพแทสเซียมเพิ่มขึ้น

จากนั้นให้ปลูกข้าวโพดซึ่งเป็นพืชที่เติบโตได้ดีในดินที่มีโพแทสเซียม โดยโพแทสเซียมจะช่วยให้ข้าวโพดงอกงาม ให้ผลผลิตปริมาณมาก อีกทั้งยังลดการใช้ปุ๋ยอีกด้วย

หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวโพดแล้ว เกษตรกรควรปลูกพืชตระกูลถั่วต่อ แล้วทำการไถกลบ เพื่อให้ได้ปุ๋ยไนโตรเจนสำหรับการปลูกข้าวรอบต่อไป

ดังนั้นการปลูกพืชหมุนเวียนจึงมีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยเพิ่มรายได้จากการปลูกพืชหลากหลายชนิด และการใช้ธาตุอาหารที่หลงเหลือในดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากนั้น การปลูกพืชหมุนเวียนยังช่วยลดปัญหาการเกิดโรคแมลง ปรับปรุงโครงสร้างดิน ทำให้ดินสมบูรณ์มากขึ้น ผลผลิตที่ได้จึงเสียหายน้อยและมีคุณภาพ

หากสนใจความรู้ดี ๆ แบบนี้ อย่าลืมอัปเดตความรู้ได้ที่ https://kas.siamkubota.co.th/

ดาวน์โหลด :

ที่มาของข้อมูล :

บทความที่เกี่ยวข้อง

ชีวภัณฑ์ มิตรคู่เกษตรกร ผู้ปกป้องพืชผักจากศัตรูพืช วิธีการเกษตรที่ประยุกต์ใช้ทฤษฎีห่วงโซ่อาหารเข้ากับเกษตรกรรมอย่างลงตัว อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในยุคที่การใช้สารเคมีไม่ตอบโจทย์สำหรับผู้บริโภค เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งชีวภัณฑ์คืออะไร ไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพจริงหรือไม่ หาคำตอบได้ในบทความนี้กับ KUBOTA 
ในยุคปัจจุบันที่สภาพอากาศแปรปรวนจากภาวะโลกเดือด (Global Boiling) ทำให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชผักลำบากมากขึ้น การปลูกผักในโรงเรือนจึงอาจะเป็นทางออกที่ดี ที่มีประสิทธิภาพที่สูง และตอบโจทย์วิกฤตที่เกษตกรกำลังเผชิญอยู่ได้ มาเรียนรู้เทคนิคการปลูกผักในโรงเรือน สร้างผลผลิตได้ตลอดปีในบทความนี้กับ KAS
การทำนาในประเทศไทย เกษตรกรมีการปลูกข้าวนาปี หรือ ข้าวที่ต้องอาศัยน้ำฝนในการเพาะปลูก เป็นส่วนมาก ซึ่งเพาะปลูกได้เพียงหนึ่งรอบต่อปี เกษตรกรหลายรายจึงจำใจปล่อยแปลงนาของตนให้รกร้าง ไม่ได้มีการใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงเป็นการเสียโอกาสในการสร้างรายได้เป็นอย่างมาก แต่พี่น้องเกษตรกรที่ ต.ปากดุก