ทำไมข้าวถึงล้ม

หลายท่านคงมีข้อสงสัยกับคำถามนี้ อันที่จริงแล้วปัญหาข้าวล้ม มีสาเหตุมาจากหลายประการ ตั้งแต่

1. พันธุ์ข้าว พันธุ์ที่มีต้นสูงจะมีโอกาสล้มได้ง่ายกว่าพันธุ์ต้นเตี้ย

2. มีการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป และใส่ไม่ถูกช่วงเวลา ปุ๋ยไนโตรเจนมีผลต่อผลผลิตของข้าว แต่ถ้าใส่มากเกินไปจะเป็นการเพิ่มความสูงของต้นข้าว และเพิ่มความอิ่มน้ำของเซลล์พืช ทำให้หักล้มได้ง่ายขึ้น การใส่ที่ไม่ถูกช่วงเวลาโดยปกติช่วงที่เหมาะสมในการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากที่สุดคือ ช่วงระยะปักดำ และช่วงข้าวเริ่มตั้งท้อง หากใส่ผิดช่วงจะทำให้สูญเสียปุ๋ยและเป็นการทำให้ต้นข้าวเจริญทางใบมากเกินไป

3. ความเข้มของแสง ลมและฝน ถ้าปลูกข้าวผิดช่วงเวลาฤดูกาลอาจได้รับผลกระทบจากลมและฝนได้ และข้าวที่ปลูกหน้าแล้งหรือข้าวนาปรัง จะมีต้นเตี้ยกว่าข้าวที่ปลูกหน้าฝนฤดูนาปี

4. ส่วนที่สำคัญที่สุด ที่มีผลกระทบต่อการล้มของข้าวคือ วีธีการปลูก และระยะห่างระหว่างกอข้าว ข้าวที่ปลูกด้วยวิธี “นาดำ” จะมีรากที่ลึกลงไปในดิน ทำให้ลดการหักล้มได้มากกว่าข้าวนาหว่าน ที่รากเจิญเติบโตอยู่ที่ผิวดิน และการปักดำทำให้สามารถกำหนดระยะความถี่ห่างได้เหมาะสมกับพันธุ์ข้าว และความสมบูรณ์ของดิน อีกทั้งเมื่อข้าวมีระยะห่างที่เหมาะสมจะมีการแตกกอได้ดี และไม่ต้องโตแข่งความสูงเพื่อแย่งแสงแดด ทำให้ข้าวนาดำมีต้นที่เตี้ยกว่านาหว่าน เป็นผลให้ “ข้าวนาดำ ล้มยากกว่านาหว่าน” นั่นเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

การเพาะปลูกพืชนั้นมีความเสี่ยงต่อการถูกทำลายโดยแมลงศัตรูพืช ซึ่งหนึ่งในวิธีแก้ปัญหาที่นิยม คือ สารกำจัดแมลง ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สารกำจัดแมลงดีจริงหรือไม่ ควรใช้รึเปล่า หาคำตอบไปพร้อมกันได้ในบทความนี้กับ KAS
เพลี้ยกระโดดหลังขาว Sogatella furcifera (Horvath) เป็นแมลงจำพวกปากดูด ตัวเต็มวัยคล้ายกับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล แต่ปีกมีจุดดำที่กลางและปลายปีก และมีแถบสีขาวตรงส่วนอกระหว่างฐานปีกทั้งสอง ตัวเต็มวัย มีสีน้ำตาลถึงสีดำ ลำตัวสีเหลือง มีแถบสีขาวเห็นชัดอยู่ตรงส่วนอกระหว่างฐานปีกทั้งสอง มีทั้งชนิดปีก
เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยต่างทราบกันดีว่าหากเกิดภัยแล้ง จะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต และผลผลิตของอ้อยเป็นอย่างมาก จึงทำให้เกษตรกรหลายรายพยายามหาวิธีการที่ดีที่สุดในการป้องกันปัญหาอ้อยขาดน้ำ โดยมีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นในการปลูกอ้อย เช่น การใช้แทรกเตอร์พ่วงด้วยแทงค์น้ำทำการรดน้ำหลังการเพาะปลูกอ้อย