ข้าวพันธุ์ กข 79 ข้าวนุ่มสายพันธุ์ใหม่

ข้าวพันธุ์ กข 79 ได้รับรองพันธุ์เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 และอยู่ระหว่างการขยายพันธุ์เพื่อให้ได้จำนวนเมล็ดพันธุ์ข้าว รองรับพื้นที่เพาะปลูกจำนวน 500,000 ไร่ ในปี 2563 กรมการข้าวจึงปรับแผนที่จะนำเมล็ดพันธุ์ กข79 จำนวนหนึ่งมาใช้ในโครงการนำร่องการผลิตและตลาดข้าวนุ่มครบวงจรในพื้นที่เขตชลประทาน ประมาณ 10,000 ไร่ เพื่อให้สามารถเพาะปลูกข้าว กข 79 ได้เร็วขึ้น และนำผลผลิตข้าวมาทดสอบตลาด ควบคู่กับการขยายเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อจำหน่ายให้กับชาวนาตามกำหนดการในปี 2563

ลักษณะประจำพันธุ์

  • เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง อายุเก็บเกี่ยว 112 – 118 วัน เมื่อปลูกโดยวิธีปักดำ
  • ลำต้นสูงประมาณ 102 เซนติเมตร
  • ลักษณะทรงกอตั้ง ลำต้นแข็ง ใบสีเขียว ใบธงตั้งคอรวงโผล่เล็กน้อย
  • คุณภาพการสีดีมากสามารถผลิตเป็นข้าวสารได้ 100% ชั้น 1 ข้าวสุกมีลักษณะนุ่ม
  • ผลผลิตสูงเฉลี่ย 809 กิโลกรัมต่อไร่ มีศักยภาพสามารถให้ผลผลิตสูง 1,182 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งสูงกว่าข้าวนุ่มพันธุ์อื่นๆ
  • ต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้
  • ขนาดเมล็ดขาวกล้อง 7.74 x 2.16 x 1.80 มิลลิเมตร
  • ระยะพักตัว 6 สัปดาห์

ลักษณะเด่น

  • อมิโลส 16.82 %
  • คุณภาพข้าวสุกนุ่ม ไม่หอม

ข้อควรระวัง

  • ไม่ต้านทานต่อโรคขอบใบแห้ง

พื้นที่แนะนำในการเพาะปลูก
เหมาะสำหรับปลูกในนาเขตชลประทาน ในภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง

บทความที่เกี่ยวข้อง

มันมาอีกแล้ว” พื้นที่นาข้าวที่กำลังเขียวขจีในฤดูนาปลังปีนี้ เป็นทุ่งนาแห่งความ หวังของพี่น้องชาวนา หลังจากผ่านวิกฤติน้ำท่วมจากปลายปีที่แล้ว แต่การกลับมาของศัตรูตัวร้ายอันดับต้นๆ ของข้าว ทำให้เกษตรกรหลายคนถึงกับผวาแต่อยากบอกว่าเรามีทางป้องกันและแก้ไข ที่ไม่ยากเกินไปสำหรับเกษตรกรชาวนามืออาชีพ วิธีการ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Leptocorisa acuta (Thunberg) Leptocorisa oratorius (Fabricius) วงศ์ : Alydidae อันดับ : Hemiptera ชื่อสามัญอื่น
เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยต่างทราบกันดีว่าหากเกิดภัยแล้ง จะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต และผลผลิตของอ้อยเป็นอย่างมาก จึงทำให้เกษตรกรหลายรายพยายามหาวิธีการที่ดีที่สุดในการป้องกันปัญหาอ้อยขาดน้ำ โดยมีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นในการปลูกอ้อย เช่น การใช้แทรกเตอร์พ่วงด้วยแทงค์น้ำทำการรดน้ำหลังการเพาะปลูกอ้อย