โรงเรือนอัจฉริยะ

เพาะปลูกพืชด้วยวิธีใดช่วยลดความเสี่ยงได้ ?

หากมีพื้นที่ขนาดเล็ก แต่อยากปลูกพืชที่มีมูลค่าสูง มีคุณภาพ โดยไม่ต้องกังวลกับน้ำฝน น้ำท่วม หน้าแล้ง และโรคแมลงอีกสารพัด เกษตรกรควรใช้วิธีปลูกพืชแบบใด ?

ในบทความนี้คูโบต้าขอเสนอวิธีการปลูกพืชด้วยโรงเรือนอัจฉริยะ (Smart Greenhouse) 

ที่ช่วยควบคุมปัจจัยที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ได้แก่ ดิน น้ำ อุณหภูมิ แสง
และธาตุอาหาร โดยเกษตรกรสามารถจัดการปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้ให้เหมาะสมกับการ
เจริญเติบโตของพืชได้ ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพ และได้ปริมาณตามเป้าหมาย

โดยเราสามารถสร้างโรงเรือนอัจฉริยะเป็นระบบกึ่งปิด ที่จะช่วยลดอัตราการเข้าทำลายของแมลงศัตรูพืช ลดความเสียหายจากฝนและลม ที่มาสัมผัสพืชโดยตรง

และใช้ระบบเทคโนโลยี IOT หรือเซ็นเซอร์ช่วยจัดการสภาพแวดล้อมภายในโรงเรือน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเจริญเติบโตของพืช ได้แก่

เซ็นเซอร์วัดความเข้มแสง ควบคุมการทำงานของม่านพรางแสง

เซ็นเซอร์วัดความชื้นในดิน ควบคุมการทำงานของระบบน้ำหยด

เซ็นเซอร์วัดความชื้นและอุณหภูมิในอากาศช่วยควบคุมการทำงานของระบบพ่นหมอก และพัดลมระบายอากาศ

ทั้งหมดนี้สามารถควบคุมการทำงานผ่านมือถือหรือแท็บเล็ต ทันสมัย สะดวก ช่วยให้บำรุงและดูแลพืชได้แม่นยำมากขึ้น

จากตัวอย่างโรงเรือนขนาด 120 ตารางเมตร สามารถปลูกเมลอนได้ 288 ต้น ได้ผลผลิต 555 กิโลกรัม  เมื่อเทียบกับการปลูกเมลอนในแปลงเปิดด้วยพื้นที่เท่ากัน ได้ผลผลิตเพียง 225 กิโลกรัมเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังลดความเสี่ยงในการเกิดโรคและแมลงศัตรูพืชถึง 30% ลดการใช้สารเคมีในการดูแลรักษาน้อยลง ลดต้นทุน และได้ผลผลิตที่มีคุณภาพมากขึ้น

หากไม่อยากพลาดความรู้ดี ๆ แบบนี้ ติดตามคูโบต้าได้ที่ https://kas.siamkubota.co.th/

ดาวน์โหลด :

ที่มาของข้อมูล :

บทความที่เกี่ยวข้อง

ระบบจัดการน้ำที่ดีเป็นอย่างไร จะช่วยแบ่งเบาภาระการรดน้ำในแปลงอ้อยหลายร้อยไร่ได้ขนาดไหน บทความนี้มีคำตอบ
การปลูกกล้วยให้ได้ผลผลิตดี ไม่ใช่เรื่องกล้วย ๆ เหมือนกับชื่อ ต้องอาศัยความรู้ และความเข้าใจในขั้นตอน ในบทความนี้ KAS (KUBOTA (Agri) Solutions) จะมาแชร์เทคนิคการปลูกกล้วยให้ลูกดก หวีเยอะ เครือใหญ่ แถมรสชาติหวาน ไปดูกันเลย
เกษตรกรไร่อ้อยต่างทราบดีว่า หากดินแห้งแล้งจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของอ้อยเป็นอย่างมาก หากต้องการให้อ้อยเจริญงอกงาม ไม่ยืนต้นตาย มีวิธีใดบ้าง มาดูกัน