แจกปฏิทินการปลูกข้าวนาปี 2567 ปลูกทันใจ ผลผลิตพร้อมเก็บ

แจกปฏิทินการปลูกข้าวนาปี 2567 ปลูกทันใจ ผลผลิตพร้อมเก็บ 

ปฏิทินการปลูกข้าวนาปี 2567 มีกำหนดการอย่างไรบ้าง เริ่มเดือนไหน? ปลูกอะไรดี? ทั้งหมดนี้ KUBOTA (Agri) Solutions จะมาสรุปให้ฟัง พร้อมกับแจกปฏิทินการปลูกข้าวนาปี 2567 ให้ฟรี! เพื่อให้การวางแผนปลูกข้าวให้งอกเงยอย่างที่หวัง และทันเก็บเกี่ยวอย่างแน่นอน

ปฏิทินการปลูกข้าวนาปี 2567 เริ่มเดือนอะไร

สำหรับปฏิทินการปลูกข้าวนาปี คือข้าวที่เพาะปลูกในฤดูทำนาปกติ เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – เดือนตุลาคม ในปีนั้นๆ  โดยพันธุ์ข้าวนาปีจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่ ข้าวไวแสง และข้าวไม่ไวแสง 

  1. ข้าวไวแสง คือ ข้าวที่ตั้งท้องและออกดอกในช่วงเวลากลางวันสั้นกว่ากลางคืน โดยต้องได้รับชั่วโมงแสงน้อยกว่า 12  ชั่วโมง จึงจะตั้งท้องและออกดอก  ตรงกับช่วงกลางเดือนกันยายนของประเทศไทย เป็นต้นไป ซึ่งนิยมเพาะปลูกในช่วงนาปี ประมาณเดือนพฤษภาคม – เดือนสิงหาคม และเก็บเกี่ยวในเดือน ตุลาคม-ธันวาคม โดยพันธุ์ข้าวที่นิยมปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนบน ได้แก่ ข้าวขาวดอกมะลิ 105, ข้าว กข 15 
  2. ข้าวไม่ไวแสง คือ ข้าวที่ออกดอกเมื่อข้าวมีระยะเวลาการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตตามอายุ จึงใช้ปลูกและให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี โดยพันธุ์ข้าวที่นิยมปลูกในภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างได้แก่ ข้าวกข43 กข85 กข95

ภาพจาก The Jounalist Club

ตัวอย่างพันธุ์ข้าวที่นิยมปลูกในช่วงข้าวนาปี 

พันธุ์ข้าวที่เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกในช่วงนาปี คือข้าวขาวดอกมะลิ 105 เพราะว่าเป็น ข้าวคุณภาพสูง มีลักษณะหอมนุ่ม ขายได้ราคาสูง 

ระยะการเจริญเติบโตในปฏิทินการปลูกข้าวนาปี 2567 

อ้างอิงจากปฏิทินการปลูกข้าวนาปี 2567 การเจริญเติบโตจะแบ่งออกเป็น 2 ระยะหลัก ๆ ดังนี้

1.ระยะเจริญทางลำต้น

ระยะกล้า 

เป็นช่วงประมาณ 0-30 วัน มีเริ่มขังน้ำในระดับต่ำ เริ่มมีใบ และสูงประมาณ 50 ซม.

ระยะแตกกอที่มีประสิทธิภาพ 

เป็นช่วงประมาณ 30-50 วัน เป็นระยะที่ข้าวเริ่มแตกกอ ข้าวส่วนใหญ่ที่แตกกอช่วงนี้จะเปลี่ยนเป็นรวงที่สมบูรณ์ควบคุมระดับน้ำประมาณ 5 ซม. ความสูงประมาณ 80 ซม. 

ระยะแตกกอที่ไม่มีประสิทธิภาพ 

เป็นช่วงประมาณ 50-80 วัน เป็นระยะที่ทำเปียกสลับแห้ง และเป็นระยะที่มีการแตกกอสูงที่สุด ความสูงประมาณ 110 ซม.

2.ระยะเจริญทางสืบพันธุ์ และสร้างเมล็ด

ระยะตั้งท้องและออกรวง

เป็นช่วงประมาณ 100 วันกว่า ๆ ที่ต้องรักษาระดับน้ำให้สม่ำเสมอ ซึ่งจะเริ่มเห็นช่อดอกกำเนิดขึ้นมาและออกรวง สูงประมาณ 130 ซม. 

ระยะสะสมน้ำหนัก

เป็นช่วงประมาณ 150 วัน ที่ต้องเริ่มระบายน้ำออกจากแปลง 10-15 วันก่อนทำการเก็บเกี่ยว โดยเมล็ดจะเริ่มเปลี่ยนจากน้ำนมเป็นแป้งแข็ง สูงประมาณ 140 ซม.  ระยะที่เหมาะกับการเก็บเกี่ยวคือ 28-30 วันหลังออกดอก

ปฏิทินการปลูกข้าวนาปี 2567

KUBOTA (Agri) Solutions แจกฟรี ปฏิทินการปลูกข้าวนาปี 2567 สำหรับเกษตรกรไทยแบบละเอียด

วางแผนการปลูกข้าวนาปี ด้วยการสร้างปฏิทินการปลูกข้าวนาปีของคุณเอง 

สร้างปฏิทินการปลูกข้าวนาปี 2567 ของคุณแบบออนไลน์ได้ง่าย ๆ ด้วยปฏิทินการปลูกข้าวนาปีแบบครบวงจรกับ KUBOTA (Agri) Solutions ที่ช่วยให้การบันทึกการเพาะปลูกของคุณง่ายขึ้น มีทั้งการแนะนำการเพาะปลูกในทุกขั้นตอน ระบบแจ้งเตือนการบันทึกรายรับรายจ่าย การสรุปรายรับรายจ่าย และการสรุปผลภาพรวมของการเพาะปลูก

สร้างปฏิทินการปลูกข้าวนาปีของตัวเองฟรี! ที่ https://kas.siamkubota.co.th/cropcalendar-on-line

สรุปทั้งหมด เกี่ยวกับปฏิทินการปลูกข้าวนาปี 2567

ปฏิทินการปลูกข้าวนาปี 2567 ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับเกษตรกรที่มีแผนจะปลูกข้าวนาปี เพราะแต่ละขั้นตอนในการเจริญเติบโตต่างก็ต้องการการดูแลที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ได้คุณภาพมากที่สุด สำหรับปฏิทินการปลูกข้าวและพืชชนิดอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถดูได้ทันทีที่ https://kas.siamkubota.co.th/category/crop_calendar/ 

หากคุณต้องการติดต่อสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ 

source: 

chaipat

salana

ดาวน์โหลด :

ที่มาของข้อมูล :

บทความที่เกี่ยวข้อง

ในการทำนาข้าวแบบดั้งเดิมนั้นหนึ่งฤดูการเพาะปลูกจะใช้น้ำประมาณ 700 -1,500 มิลลิเมตร ดังนั้นเทคนิคการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง(แกล้งข้าว)สามารถประหยัดน้ำได้ประมาณ 30% -50% ลดปัญหานาหล่ม ป้องกันเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเนื่องจากความชื้นที่โคนกอข้าวต่ำ และกระตุ้นการออกรากของข้าว ซึ่งวิธีการนี้เหมาะสำหรับ
วิธีการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อผลผลิต และคุณภาพของผลผลิตข้าวในแต่ละฤดู ผลของการจัดการตลอดช่วงฤดูการปลูกข้าวจะมีผลต่อคุณภาพและผลผลิตข้าวในที่สุด ราคาของข้าวเปลือกจากการซื้อขายผลผลิตข้าว นอกจากจะมีการพิจารณาตั้งแต่ความชื้นของข้าวเปลือก ลักษณะของเมล็ดได้แก่ สีเปลือก ขนาดเมล็ด
รำข้าว คือ ส่วนที่ได้จากการขัดข้าวกล้องให้เป็นข้าวสาร ซึ่งประกอบด้วยชั้นเยื่อหุ้มเมล็ด และคัพภะ เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งได้จากกระบวนการสีข้าว โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ รำหยาบ (bran) ซึ่งได้จากการขัดผิวเมล็ดข้าวกล้อง และรำละเอียด(polish) ได้จากการขัดขาวและขัดมัน นอกจากนี้รำข้าวยังมีคุณค่าทางอาหารสูง